ช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงฟื้นพลังของโค้ชพล เพราะงานใหญ่ค่อยๆ เสร็จไปทีละงาน 2 งาน

เลยมีเวลากลับมาแชร์แนวคิดดีๆ เกี่ยวกับเจ้าของธุรกิจที่อยากใช้ Social Network เพิ่งพลังทางธุรกิจอีกครั้ง

เริ่มกันเลย

Facebook Page ขยับตัวอีกครั้ง

ใครติดตามวิดีโอใน Channel ของ Sochiie.com ที่โค้ชพลทำไว้ จะมีช่วงหนึ่งโค้ชพลพูดถึงเป้าหมายใหม่ของ Facebook ว่ามันต้องการเน้นตัวเองเป็นระบบที่ทำให้เราใกล้ชิดเพื่อน และคนสนิทมากที่สุด

ดังนั้นอะไรก็ตามที่ไม่เกี่ยวข้องกับคนใช้ Facebook คนนั้นจริงๆ Facebook จะพยายามกันออกไปจากหน้า News Feed

ซึ่งก็รวมถึงโพสจาก Facebook Page ของเราๆ ด้วยนั่นหล่ะ

ทีนี้ เป้าหมายครั้งใหม่ของโพสที่ Facebook เล็งเป้าไว้  ไม่ได้ครอบคลุมลักษณะการโพสทั้งหมดของพวกเรา แต่เฉพาะบางโพสเท่านั้น และโพสประเภทนี้ พวกเราไม่ค่อยชอบกันอยู่แล้วด้วย

รู้สึกใจชื้นขึ้นมาเลยใช่ไหมล่ะ

นั่นก็คือ โพสแบบ Click-Baiting หรือ “ล่อให้คลิก” นั่นเอง

โพสของคุณเป็นแบบ ‘ล่อให้คลิก’ หรือไม่​ (Click-Baiting) ?

การโพสแบบ ‘ล่อให้คลิก’ หรือ Click-Bait นั้นเป็นเทคนิคที่ใช้กันมาช้านานแล้ว ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี

การโพสแบบ ‘ล่อให้คลิก’ นั้น เห็นกันได้ทั่วไปครับ ส่วนมากจะมีการโปรยคำจั่วหัวโพสที่ดึงดูด พร้อมใส่ link ไปยังข้อมูลที่น่าสนใจ

และหลายๆ ครั้งจะใช้รูปภาพที่น่าดึงดูดให้กด link ด้วย

ลองดูภาพตัวอย่างที่ Facebook เลือกมาเป็นตัวอย่างกันกันก่อน

ตัวอย่างโพสที่เป็นรูปภาพ และแปะ link ไว้ในโพส หรือคำอธิบายรูปภาพ (description)

ซึ่งมันเหมือนกับโพสธรรมดาๆ ทั่วไปใช่ไหมครับ?

แต่บ่อยครั้งเลย ที่ผู้ดูแล และเจ้าของ Facebook Page จะชอบ

  • จั่วหัวโอเวอร์เกินจริง (หลอกให้คลิก)
  • ใช้ภาพที่สวยงาม เจ๋งสุดๆ แต่ไม่เกี่ยวกับเนื้อหา หรือ Content ใน link ที่อยู่ในโพส (หลอกให้คลิก)

ซึ่งส่วนใหญ่พอเราคลิกเข้าไปแล้ว ก็ไม่มีอะไรที่เราคาดหวังไว้ (จากการล่อลวงของรูปภาพและข้อความในโพส)

Facebook ไม่พอใจกับวิธีแบบนี้มากครับ ดังที่บอกไว้ว่า

Over time, stories with “click-bait” headlines can drown out content from friends and Pages that people really care about.

ดังนั้นเรามาดูกันดีกว่า ว่าเรามีวิธีโพส link กี่แบบ และแบบไหนที Facebook จะพิจารณาเป็น Click-Baiting บ้าง

ประเภทของการโพส link ทั่วไปใน Facebook Page

จริงๆ แล้ว การโพส Link ปัจจุบันจะนิยมทำกันอยู่ 2 แบบคือ

แบบที่ 1 เอา Link มาวางในโพส และ Facebook จะดึงภาพและเนื้อหาใน Link มาแสดงใน Facebook Page

 

Sochiie example link format facebook page post

และ แบบที่ 2 คือโพสเป็นรูปภาพ แล้วค่อยเอา Link ไปใส่ในเนื้อหาของโพส

Facebook Click-Bait Post example by sochiie.com

แบบที่ 1 Facebook จะให้คะแนนสูงกว่า และจะปรากฎบน News Feed ของแฟนๆ บ่อยกว่า แบบที่ 2

แบบที่ 2 มีโอกาสเข้าข่าย ‘ล่อให้คลิก’ สูงกว่าแบบที่ 1 ครับ

เพราะถ้าโพสของเรามี link แนบไปด้วย ไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง Facebook จะเริ่มตั้งใจสำรวจโพสของคุณเป็นพิเศษทันที

Facebook จะมีเกณฑ์การตัดสิน ว่าโพสของคุณเป็นแบบ ‘ล่อให้คลิก’ หรือเปล่า ถ้าโพสของคุณเข้าข่ายแบบ ‘ล่อให้คลิก’ แล้ว Facebook จะเริ่มทำการตรวจสอบเพิ่มเติมดังนี้

  1. Facebook จะคอยดูว่า คนที่กดเข้า link ไปแล้ว อยู่กับ link นั้นนานแค่ไหน ซึ่งอาจจะเป็นบทความ, วิดีโอ, หรือ content อะไรก็ได้ ที่ link นั้นพาไป ซึ่งถ้าคนกด link เข้าไป แล้วกลับมาที่ Facebook เกือบจะทันที Facebook จะเข้าใจว่า link นั้นไม่ได้มี Content ที่ดึงดูดคนอยู่จริงๆ มีสิทธิ์กลายเป็นโพส Click-Baiting
  2. Facebook จะคอยดูสัดส่วนระหว่างไลค์ และคอมเม้นกับจำนวนการคลิก link ว่าเหมาะสมไหม ถ้าไม่ อาจพิจารณาเป็นโพส Click-Baiting

ไอข้อสองนี่โหดขิงๆ ครับ คนที่เป็นเจ้าของธุรกิจ เจ้าของ Facebook Page ต้องพิจารณาในเนื้อหาที่เอามาแชร์มากขึ้นอีก ถ้าไม่อยากเป็นโพส Click-Baiting

สรุปได้ว่า Facebook ไม่ได้ให้ความสำคัญในการเลือกโพสที่มีคนคลิกเยอะ มาแสดงใน News Feed อย่างเดียวแล้ว แต่ดูด้วยว่าเนื้อหาของ link ที่โพส มี ‘คุณค่า’ ที่จะคลิกดังที่โพสไว้ไหม

ผลที่จะเกิดขึ้นกับเพจที่เข้าข่าย Click-Bait

โพสของ Facebook Page นั้นๆ จะปรากฎบนหน้า News Feed ของคนที่กคไลค์ กดติดตามเพจ “น้อยลง” ไปอีก (โอ้ว พระเจ้า ปกติมันก็น้อยอยู่แล้วนะ)

วันแรกที่ Facebook จะใช้กฎนี้

วันนี้วันที่เท่าไหร่? ถ้ามันเป็นวันหลังวันที่ 26 สิงหาคม 2557 แล้วล่ะก็ หึหึหึ….

มีผลเรียบร้อยแล้วครับ

แนวทางปรับวิธีโพส สำหรับเจ้าของ Facebook Fan Page

ตามที่กล่าวมาด้านบน นับตั้งแต่วันนี้ไป โพสใน Facebook Page ที่มี link อยู่ด้วย ทาง Facebook จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพื่อดูว่าเป็นการหลอกให้คลิกหรือเปล่า

ถ้าเราต้องการโพสชนิดที่มี link กันจริงๆ เราก็ควรปรับวิธีการโพสตามแนวคิดดังต่อไปนี้:

1. Content ที่เอามาโพส และส่วนประกอบที่ใช้ในการโพส เป็นสิ่งสำคัญ (ย้ำแล้วย้ำอีกนะคร้าบ)

ถ้าเราต้องการแนบ link ไปกับภาพจริงๆ (วิธีที่ 2) ต้องเลือกภาพดีๆ เป็นภาพที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาใน link

นึกถึงพวกภาพอาหาร ที่ชอบวงเล็บด้านล่างเล็กๆ ว่า “ใช้เพื่อการโฆษณา” ก็ได้

พอไปสั่งกินจริงๆ ประทับใจไหมล่ะ? อยากสั่งอีกไหมล่ะ?

 

เพราะโดยส่วนใหญ่ผู้ดูแล และเจ้าของ Page หลายๆ คนชอบลักไก่ จั่วหัวสวยๆ ภาพงาม แต่พอคลิกไปแล้วไม่มีอะไร หรือไม่ก็ทำให้เราคิดว่า “ไม่เห็นเหมือนกับที่เขียนไว้นี่นา”

หลอกให้คลิก เพื่ออาศัยคะแนนส่วนนี้มาเพิ่มโอกาสที่โพสจะโผล่ใน News Feed ของแฟนเพจ

2. Content ที่มาจาก Web Page ก็ให้ดูแลเนื้อหาต้นทางให้ดี

ถ้าเรามี Website และจะนำ Link มาแชร์ใน Facebook Page ก็ให้ดูแลเรื่องรูปภาพ และคำจั่วหัวให้ดี

เพราะ Facebook จะเข้าไปอ่าน และดึงข้อมูลพวกนั้นมาแสดงผล (แบบที่ 1) ดังตัวอย่างข้างล่าง

อย่าลืมว่า Facebook จะให้คะแนนกับการโพสแบบนี้ มากกว่าแบบโพสรูปภาพ แล้วแนบ link ครับ

สรุปคือ Facebook ต้องการไล่บี้พวกปั้มยอดคลิกโพส เพื่อให้ไปขึ้นใน Newsfeed 

ถ้าเราโพสเนื้อหาที่มีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของแฟนเพจเราอยู่แล้ว ก็ไม่ต้องกังวลมากขนาดนั้นครับ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม – Forbes, Facebook Newsroom

 

 

Loading Facebook Comments ...
Menu